10 กันยายน 2010, 06:38:01 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, ขาจร กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
กรุณาโพสข้อความให้ตรงกับหัวข้อของกระทู้ด้วยนะคะ หากท่านโพสไม่ตรงกับหัวข้อทีมงานจะทำการลบทันที และกรุณาคลิกที่ Thankcool! แทนการตั้งกระทู้ขอบคุณที่มีสองสามคำเพื่อลดการใช้ทรัพยาการเซิฟเวอร์นะคะ
 
   หน้าแรก   ห้องแช็ท ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: 2 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย red river rock - กระทู้ล่าสุด โดย red river rock
พลังพันธมิตรเสื้อแดงเกิดขึ้นแล้ว!!!-ป้าพลอย
   
Europe-America-Australia พลังพันธมิตรเสื้อแดงเกิดขึ้นแล้ว!!!-ป้าพลอย ตาสว่างได้เขียนในทำนอง เสื้อแดงกำลังแดงฉาน แทรกซึมไปทั่วทุกอณูของพื้นที่ กิจกรรมต่างๆของสีแดง
ได้รับการสนับสนุน และเห็นใจจากคนในประเทศนั้นๆ เข้าใจถึงสัจธรรม ได้มองเห็นรัฐบาลสวมหมวกของเผด็จการ ได้กระทำการป่าเถื่อนเข้ามาทุบตี ล่าสังหาร พี่น้องคนเสื้อแดงที่บริสุทธิ์และ
ชาวต่างประเทศก็โดนลูกหลงเข้าไปด้วยหลายราย จนพวกเขาได้กลับบ้านของเขา ได้ไปเล่าขานต่อสื่อฯ พี่น้องร่วมชาติ แจงถึงความเหี้ยมโหด ตอแหล และทำในสิ่งสกปรกต่างๆเปอะเปื้อน เหม็นคลุ้งไปทั่ว ยังมัดมือมัดเท้า ยัดเยียดมาตราฐานฝ่ายหนึ่งที่เป็นคนส่วนใหญ่และบรรเทามาตราฐานให้อีกฝ่ายหนึ่งที่เป็นกลุ่มคนส่วนน้อย จนเกิดสองมาตราฐานขึ้นมา

จะมีพี่น้องสีแดงจากฝั่งเอเซียเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ลาว เขมร ฟิลิปปินส์ ดูไบ เวียตนามและอื่นๆ เพราะพวกเขาเหล่านั้นก็อยู่ในสังคมร่วมกับคนไทยในต่างแดนโพ้นทะเลด้วย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านศาสนา ด้านสังคมและด้านการศึกษา

รัฐบาลรู้ทั้งรู้ด้านต่างประเทศเป็นรองทางกลุ่มคนเสื้อแดงสุดโด่ง กิจกรรมต่างๆคนสวมเสื้อสีแดงได้ร่วมกระทำได้เกิดขึ้นมาหลายครั้ง จนได้รับการสนับสนุนเอาใจช่วยจากคนของประเทศนั้นๆ รัฐบาลพยายามจะมองหาเกมส์มาแก้ แต่แก้เกมส์ไม่ตก พูดหรือเล่าให้ใครฟัง ก็ไม่มีคนเชื่อถือ เพราะข่าวสารจากผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลายสำนัก รายงานข่าวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ออกไปได้อย่างสมบูรณ์  ยากจนกระทั่งคนของกระทรวงต่างประเทศไม่สามารถนำเอาหลักฐานต่างๆมาหักล้างเรื่องที่เกิดขึ้น ใน เมษา-พฤษภาคมนั้นได้

ไปอ่านดูรายละเอียดของป้าพลอย ตาสว่างได้จาก-

ที่มาhttp://translate.googleusercontent.com/translate_chl=th&sl=th&tl=en&u=http://www.tfn3.info/board/index.php% 3Ftopic3D14598.0&rurl=translate.google.com&twu=1&anno=2&usg=ALkJrhhh8vJtFLP_KRnzk1RXoy_GcmNfEw


 2 
 เมื่อ: 3 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย Hero-Youn - กระทู้ล่าสุด โดย Hero-Youn

2.  กรณี ฝ่ายค้าน และรัฐ  ขอให้ ท่าน ทำหน้าที รักษา ผลประโยชน์ต่อ บ้านเมือง ด้าน ปรองดอง ทุกๆฝ่าย มากกว่า เล่นเกมการเมืองได้ไหม อาทิ  ร่วมประชุมทุกครั้ง และร่วมแก้ไขกฏหมายอย่างจริงจัง ถือว่าเป็น ผลงานของ สส ผู้ทรงเกียรติ  ดีกว่า  ต้องนับองค์ประชุม ตีรวนไปวันๆ ที่สุด ผู้สูญเสียคือ ชาวบ้าน และ ประเทศชาติ


รูปแบบที่สาม  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   มาก(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) <> กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ มาก      ( ทักษิณ + แกนนำ - นปช)

เป้าหมาย  จะต้อง จับเข่าเจรจา แบบ ลับ หรือ เปิดเผย แยกกันทำงาน เพื่อให้ ตกผลึก ขจัดปมปัญหา เสถียรภาพการเมืองไทย และเศรษฐกิจ สังคม

ภารกิจ ตั้งคณะทำงาน  5 ชุด เพื่อทำหน้าที่พิเศษ เพื่อหาทางออกแก่ บ้านเมืองนี้ อย่าง อะลุ่มอล่วย

วิธีการ

1.  แกนนำ  นปช  คิดว่า  ให้ประกันตัวทุกคน  และ ยุติกดดัน แกนนำย่อยทั่วประเทศ    แต่มีเงื่อนไข

2.   ทักษิณ  คิดว่า  เชิญกลับมา บ้านเมืองได้แล้ว แต่ มีเงื่อนไข คือ  ต้องมา ต่อสู้ทางศาลใหม่หมด  โดย ประกาศ ของ ศอฉ. ผลคำสั่งศาลอะไรก็ตาม ให้ยกเลิกหมด แล้ว ตั้งองค์คณะศาลใหม่หมด โดยมาจากผู้เป็นกลาง ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นที่พึ่งพอใจ ของทุกฝ่าย พร้อม พยานจากมิตรประเทศ และองค์กรอิสระสากล  ซึ่ง ท่านทักษิณ จะต้อง เริ่มต้น เข้ากระบวนทางศาล ใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น   โดยกลับมาแล้ว ไปศาล จากนั้น ก็ประกันตัวเป็นอิสระ   วงเงิน 4.7 หมื่นล้านที่ถูกริบเข้าคลังเป็นหลักประกัน  แต่มีเงื่อนไข ต้องมารายงานตัว ทุก วันพฤหัส   ส่วนเงินที่เหลือ ก็แบ่งจ่ายเป็น 3  ช่วง เท่ากัน คือ  หลังจาก ที่ท่านทักษิณ ปฏิบัติการ ตามสัญญาณ และเงื่อนไข อย่างเคร่งครัด และออกห่างจากการเมือง เน้น ทำมูลนิธิในต่างประเทศ และใน ตลอด 3 เดือนจนเป็นที่พึ่งพอใจทุกฝ่าย  ก็คืนเงิน ก้อนแรก และหลังจาก ปฏิบัติอย่างน่ารักติดต่อกัน 6 เดือน ก็คือ ก้อนที่สอง  และที่เหลืออีก 9 เดือนก็คือ ส่วนที่ สาม

ชุดที่ 2

คำชี้แจง  เหมือน ชุดที่ 1

รูปแบบที่หนึ่ง กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  ปานกลาง(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) < > กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ น้อย ( คนเสื้อแดง+ ผู้สนับสนุน)

รูปแบบที่สอง  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  ปานกลาง(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) <> กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ ปานกลาง  ( ฝ่ายค้าน +  อดีต111)

รูปแบบที่สาม  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  ปานกลาง(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) < > กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ มาก   ( ทักษิณ + แกนนำ - นปช)


ชุดที่ 3

คำชี้แจง  ในเมือสภาพบ้านเมือง ขิงก็ราข่าก็แรง  ประลองกำลัง ทุกคราว สั่นสะเทือน ส่งผลกระทบไปทุกทิศทุกทาง  บ้านเมือง มิใช่เป็นเรื่องทดลอง เล่นขายของ ชาวบ้านจะเดือดร้อน   สิ่งเดียวคือ เลิกบ้าชั่วคราว  แล้ว จับมือ ปรองดองสมานฉันท์ หาทางลงจากหลังเสือ และ ยุติความกดดัน เพื่อ แสวงหาอำนาจ ใหม่ๆ

รูปแบบที่หนึ่ง  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  น้อย(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) < > กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ น้อย  ( คนเสื้อแดง+ ผู้สนับสนุน)  

สรุป
ผู้มีอำนาจ จะ ตั้ง องค์กร อิสระ ผ่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด และ สส เพื่อไทยว่า  ใครมีปัญหา และไม่ได้รับความเป็นธรรม ในช่วงวิกฤติ
เมษ – พค 53 ให้มาแจ้ง มาร้องทุกข์ ยืนฟ้องรัฐ และผู้รับผิดชอบ  และ รัฐ ก็จะแต่งตั้ง องค์กรอิสระ ทำหน้าที่ตรวจสอบ เหตุการณ์ทั้งหมดใหม่ ด้วยมืออาชีพจาก ผู้เชี่ยวชาญ ไทย และ สากลโลก และตัวแทน นปช และ ผู้มีอำนาจ เพื่อความกระจ่าง  รวมทั้ง ต้องหาข้อเท็จจริงใคร เผาบ้านเผาเมือง สร้างความบอบชำ ทางเศรษฐกิจ สังคม และผู้บริสุทธิ์   พร้อมทั้ง สรุป และ มาตรการป้องกันจะทำกันอย่างไรบ้าง เพื่อมิให้เกิดขึ้นอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก เหมือน เด็กตีกัน ยิงกัน  

ประกอบกับ ปลดล็อค เวปไซค์ และเครื่อข่ายคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย ให้ ดำเนินกิจกรรม ทางความคิดได้อย่างอิสระ  รวมถึง ฟรีทีวี หนังสือพิมพ์  และวิทยุชมชน คนเสื้อแดง ก็ต้องเปิดกว้าง  แต่มีเงื่อนไข และตีกรอบ การนำเสนอ เนื้อหา และสาระ ต้องเป็นกลาง ให้การตรวจสอบได้ ถ้าฝ่าฝืน เกิน 3 ครั้ง  ต้องยึดใบอนุญาติ และปิดชั่วคราวไป 30 วัน จนกว่าจะปรับปรุง ใหม่ จนเป็นที่พึงพอใจ ก็จะเปิดดำเนินการ เหมือนเดิม  และรณรงค์ ผู้ที่ประสงค์ร้าย ยั่วยุ และบ่อนทำลาย ความสงบ และความปรองดอง ก็จะเป็นต้องเชิญตัว มาสอบสวน หรือ ให้กระแสสังคมมากดดันว่า  คนกลุ่มนี้ วิทยุชุมชน ฟรีทีวี หนังสือพิมพ์ เวปบอร์ดนี้  มีพฤติกรรมอย่างไรกันบ้าง  ให้สังคมช่วยกันต่อต้าน และหากยังดื้อด้าน ก็ให้คำสั่งศาล เป็นการตักเตือน 3 ครั้ง ถ้ายังฝ่าฝืน ก็ ปิดดำเนินการ ทันทีอย่างถูกต้อง 30 วัน จนกว่าจะ สำนึกผิด และปรับปรุงใหม่ และให้สัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องอีกแล้ว


รูปแบบที่สอง  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   น้อย(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) < > กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ ปานกลาง   ( ฝ่ายค้าน +  อดีต111)

สรุป
ก็ประสาน ฝ่ายค้าน และ อดีต 111  ประกาศ อย่างหนักแน่นใครคือ ผู้ทรงอิทธิพล ในการ ปรองดอง เพื่อขอตัว เป็นกรณีพิเศษ เปิดหน้ากันชัดๆ ดีกว่า ซ่อมแอบ เล่นใต้ดิน มันเสียว     จาก กกต ว่า บุคคลนี้ มีส่วนสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ตามรายการที่แนบนี้ว่าเป็นใคร  ขอยืมตัวมาทำหน้าที่เสียสละ สัก 15 วัน  เพื่อจะได้ ประสานงาน และส่งสารน์ เทียบเชิญไปยัง ทุกกลุ่ม เพื่อ ออกแบบ ปรองดอง สมานฉันท์   ในขณะเดียวกัน ฝ่ายค้าน ก็ ตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ เป็นมติพรรค เพื่อแต่งตั้ง ผู้นำฝ่ายค้าน มาเป็นตัวแทน สร้างความปรองดอง สมานฉันท์ เต็มรูปแบบ โปร่งใส และเปิดเผยตรงไปตรงมา  โดยเฉพาะ วินวิน ทุกฝ่ายคือ รัฐบาลแห่งชาติ ภารกิจ 12 เดือน แล้วยุบ เพื่อประกาศ เลือกตั้งใหม่  โดยภารกิจที่ต้องสะสาง นั้นก็คือ  

ก  แก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ทุกข้อ หรือ ผสมผสาน ปี 40

ข. ยกเลิกข้อกล่าวหาทุกข้อ แก่ เสื้อเหลือง และ เสิ้อแดง  เงื่อนไข คือ  จะต้องสัญญาณว่า 1 ปี จะสลายตัว ไม่ดำเนินการใดๆทางการเมืองอีก

ค. เยียวยา ผู้สูญเสีย บาดเจ็บ ทุกคลภาพ อย่างพึงพอใจ  

ง. แถลงนโยบายรัฐบาลใหม่ โดยทำโพล ว่าประชาชนต้องการอะไรกันบ้าง เพิ่อ ออกแบบ เป็น นโยบายแห่ง ประชาชน

จ. งานภารกิจ ด้านเศรษฐกิจ  การเมือง และสังคม  โดยวางกรอบ ปฏิรูปโครงสร้าง  6 เดือน และ ลงมือเจาะในรายละเอียด 6 เดือนที่เหลือ ก็ให้ รัฐบาลใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้ง ลุยสานต่อ  โดย ตั้งท่าน ทักษิณ เป็น ฑูตพาณิชย์ด้านการลงทุน เพื่อเปิดตลาด และดึงพันธมิตร และเพื่อนแท้ในต่างประเทศให้ขนเงินมาลงทุนในอภิโปรเจค ของรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และ เพิ่มเครดิสแก่รัฐบาล ดีกว่าวันๆ ต้องคอยสกดรอยตามว่า ทำอะไรที่ไหนและอย่างไร  มอบภารกิจในต่างแดน จะดีกว่า  1 เดือน ทำงานเกือบ 20 กว่าวัน แล้วกลับไทย  สรุปงานเสร็จ ก็บิน ไปสานงานต่างๆทั่วโลก จนกว่า จะครบ 12  เดือน

ฉ. 3 จังหวัดภาคใต้ ต้องแก้ไข แบบบูรณาการใหม่หมด 1  ปีต้อง สงบแบบถาวรให้ได้

รูปแบบที่สาม  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   น้อย(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ) < >  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ มาก ( ทักษิณ + แกนนำ - นปช)

สรุป
ต้องเปิดใจ ส่งคณะทำงาน ไปคุยในต่างแดน เพื่อหา จุดที่ทำให้ เกิดความสบายใจ จนตกผลึก มีรายลักษณ์อักษร และ มีพยานทั้งสองฝ่าย  ร่วมรู้เห็น พร้อมกับ ท่านทักษิณ จะต้องเลือกว่า จะชื่นชอบแบบไม่สบายใจตลอดชีวิต ร้องไห้บ้างเป็นบางคราว หรือ หัวเราะชอบใจ จนละเลย ความสูญเสีย เพียงเพราะว่า สั่งการอยู่ข้างนอก  หรือ ได้อย่างหนึ่ง ก็ผิดหวังอีกด้านหนึ่ง   ท่านจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเอาแบบไหน     ส่วนแกนนำ นปช ก็ ให้ประกันตัวไป แต่มีเงือนไข ห้ามเคลื่อนไหวการเมือง และ ต้องควบคุม แกนนำ ชุด 2-3-4  ให้อยู่ในกรอบเช่นกัน และให้วางมือ อย่า ระแวงซึ่งกันละกัน มิฉะนั้น การเดินหน้าปรองดองก็ไม่มีความหมายใดๆ
    
 
ยุทธศาสตร์ที่สอง   ใคร่ครวญด้วยความรอบคอบ ตกลงกันด้วยไมตรีจิต  
คำชี้แจง
เมื่อผ่าน กระบวนการตกผลึก จาก ยุทธศาสตร์ ที่1 ไปแล้ว มีบทสรุป ทางหนี ทีไล่  คำถามเดี่ยว ใคร คือ ผู้มีอำนาจ ตัดสินใจ ในฝ่าย ผู้มีอำนาจ ใครคนนั้นคือ ใครกัน  ยุทธศาสตร์ที่ 2 นี้  ไม่ซับซ้อน รอจน เหงือกแห้ง  แค่หา คนที่อยู่เบื้องหลัง ในวิกฤติให้ เจอ และหัวใจสำคัญ คำตอบที่ ส่งมา หน้าตาจะเป็นอย่างไร   ในขณะที่ฝ่าย ผู้สูญเสีย คิดว่า กลุ่ม ท่านทักษิณ และ ทีมที่ปรึกษา  น่าจะมีคำตอบ และทางเลือกที่ชัดเจน  ส่วน วีรชนคนกล้า ผู้สละชีพ คิดว่า ต้อง ลงมือ ช่วยเหลือ จะ20 ล้าน ไปก่อน ก็ไม่ว่ากัน ดีกว่า สุก งา ก็ไหม้ ทุกอย่างก็ดูสายไปหมด

เป้าหมาย   จะทำอย่างไร เพื่อให้ ผู้อยู่เบื้องหลัง ตัวจริง และ ตัวปลอม พึงพอใจ กับ แผน ปรอง ดอง สมานฉันท์ ในครั้งนี้  

ภารกิจ  จะต้อง ส่ง ฑูต พิเศษ ที่เปี่ยมล้นมากบารมี และ วาสนาสูง เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลก และ มีคุณธรรมสูงส่ง ผลงานเป็นที่ยอมรับของสังคม นักธุรกิจ และ ฝ่ายปกครอง

วิธีการ

1. กลุ่มผู้สูญเสีย จะต้อง หา นัก ล็อบบี้ยิสต์ขั้นเทพ และพร้อมทำงาน เพื่อชาติครั้งนี้ เป็นตัวประสานงาน และ คนกลาง ที่จะไปนั่งพูดคุย เข้า ใน ออก นอกได้อย่างสบายใจ และไว้วางใจ ด้วยตัวท่าน มีบุคคลิก น่ารัก น่านับถือ และ มีความจริงใจ จิตอาสาสูงมาก  แล้ว สุภาพบุรุษ ขี่ม้าขาวคนนั้น ก็ใครกันแน่

2.  บทสรุป เนื้อหา สาระที่ตกผลิก ใน ยุทธศาสตร์ที่ 1   ยังสามารถ ปรับปรุง ต่อเติม เสริม แต่ง ตัดออก เพื่อสร้างความพึงพอใจ แก่ ผู้อยู่เบื้องหลัง ว่า ท่านสนใจมากน้อยแค่ไหน  มีกี่ข้อที่ ชื่นมืน มีกี่ข้อ ที่ทำให้ งุดหงิก  มีข้อไหนบ้าง ทำให้ไม่สบายใจ เบื่อข้าวไปหลายวัน

3. ต้องจัดหา ทีมงานที่ปรึกษา และทีมพี่เลี้ยง ระดับ เทาวดา มาช่วยเหลือ เป็นพี่เลี้ยงให้ วีรบุรุษ จิตอาสา เพราะ ทำงานคนเดียว เจอตอ ทางตัน จึงต้องมีตัวช่วย เพื่อให้งาน บรรลุล่วงไปข้างหน้าได้  จะทำงาน บนดิน ใต้ดิน ใต้ทะเล เหาะเหินบนอากาศ ทำได้ทั้งนั้น เพราะ ภารกิจนี้ คือ ปลด พันธนาการ ประเทศ  เพื่อให้ บ้านเมือง สดใส คนไทยมารักกัน ยิ่งกว่าเดิม

4.  ถ้าบางประเด็น เกิดปัญหา รุกคืบหน้า  ไปไม่ได้เลย ตกหลุม ตกบ่อ ตกกระใจ  จนสานต่อ ไม่ได้เลย แล้วจะทำกันอย่างไรดี

4.1  สงสัย ผู้หลัก ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ คงต้องเชิญ ออกมา แถวหน้า มาร่วมกัน กล่อม ยิ่งมากยิ่งดี  30 รุม 1 นั่นคือเป้าหมาย

4.2  ถ้ายังติด ปัญหา ว่า ไม่ชอบขี้หน้า อีกฝ่ายมากๆ ล่ะ  จะทำกันอย่างไร  สงสัย คงต้อง คลุมบีบ หรือ ใส่หน้ากากเหล็ก ดีไหม จะได้ไม่ต้องเห็นหน้ากัน  หรือ กินยาทัมใจ เป็น กล่องจะได้หายคิดถึง

4.3 อะไร ก็ไม่ สำคัญ เท่ากับ ผลประโยชน์ที่ไม่ ลงตัว นั้น ตั้งบริษัท ร่วมค้า ถือ หุ้นฝ่ายละ 50 / 50  ดีไหม ส่วนเงินปันผล ก็ ตัดมาทำบุญประเทศ เพื่อสร้างบารมี ต่อบุญเสริมบุญ ให้ใจอ่อน รักกันเหนียวแน่น ดีไหม เจ้านาย

4.4  ถ้าคิดอะไรไม่ออก ทำทุกวิธีทางแล้ว ก็ ไม่ไว้วางใจ  สงสัย ต้องหาตัวประกัน จะยึด บริษัท ก็ดีเหมือนกัน หรือ เอาลูกหลาน ญาติสนิทมา แต่งงาน ขัดดอก ท่านเห็นด้วยหรือไม่

4.5 ทำหมด แล้ว ก็ยังไม่สามารถ เปลี่ยนใจ ให้ เกลียด สุด ไม่ชอบหน้า ก็คือ ไม่อยากเจอ เข้าใจไหม พูดไม่ค่อยรู้เรื่องกันเลยน่ะ  นั่น ไม่ต้องทำอะไร แบ่ง สมบัติ คนละครึ่ง แล้วก็ ต่างคนต่างเดินดีไหม

5. ปรองดองไม่ได้ ผล เกิดปัญหา อุปสรรคมากมาย ไม่เกิดปฏิหารย์ใดๆ ขึ้น เลย สงสัย ประชาชน คงต้อง ก้มหน้าก้มตา รับโชคชะตาที่จะสร้างความเดือดร้อนแสนสาหัส ในไม่ช้านี้   แล้วจะให้ทำกันอย่างไร  คำตอบ อยู่ที่ พลังเงียบ จะคิดอ่านอย่างไร

5.1  จงทำแต่ความดี บริสุทธิ์ และ จริงใจ อดทนทำดีทุกๆวัน เพื่อ สักวัน จะเป็นวันที่ เกิดปฏิหาร์

5.2  อะไรจะเกิด ก็ต้อง เกิด  

5.3  สงคราม แค่พึ่งเริ่มต้น  นั้น ก็ เลือกข้าง แบ่งเขต  สู้กันให้พอใจ  ประชาชน และ พลังเงียบ จะอดทน และขอยืนอยู่ห่างๆ ก็แล้วกันน่ะ ใครถูกหรือผิด ไม่สน รู้แต่ว่า ใครชนะ แล้ว นำความสงบ คืนสู่บ้านเมือง และนำ พาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรื่อง ก็เพียงพอ

5.4 เจรจาลับ ผ่าน สุดยอด นักล็อบบี้จิส และนักเจรจา เกลี่ยกล่อม มือฉมัง คือ คำตอบสุดท้าย


บทส่งท้าย  ชู้ กลยุทธ เป็น บทบาท ที่สำคัญในการสานต่อ ภารกิจ ปรองดอง เพื่อเติมเต็มส่วนที่ ขาดหายไป เป็นน้ำหล่อลื่น เป็น กองกำลัง เสริม และหนุน เพื่อให้ การปรองดอง บรรลุผลสำเร็จ เป็นประโยชน์ต่อสังคม และบ้านเมือง เพื่อนำบรรยากาศที่ ตรึงเคร่งเครียด เป็นสิ่งแวดล้อมที่ไม่น่าพิรมณ์ ให้หายไป ผ่อนปรนไป แล้วกลับมาเริ่มต้นใหม่ ด้วย ให้อภัย และเสียสละเพื่อชาติ

กลยุทธ ประการที่ 1   ออมชอม
กลยุทธ ประการที่ 2   ประนีประนอม
กลยุทธ ประการที่ 3   ยอมกัน,
กลยุทธ ประการที่ 4   ไม่แก่งแย่งกัน,
กลยุทธ ประการที่ 5   กลมกลืน,
กลยุทธ ประการที่ 6   สมัครสมาน,
กลยุทธ ประการที่ 7   ลงรอย

หมายเหตุ   กำลังเขียนแผน กลยุทธ ฉบับ ปรัชญา 1-7  อยู่ เสร็จแล้ว จะรีบนำเสนอให้รับทราบ เพราะหวังว่า 2 คำ ปรอง- ดอง จะมีส่วนสำคัญให้ คนบางกลุ่ม จิตแคบ คนบางคนกลัวที่ถูกเช็คบิล  และคนที่จิตสกปรต  ขอให้ท่าน คิดเพื่อ เสียสละ เพื่อชาติได้ไหม

 3 
 เมื่อ: 3 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย Hero-Youn - กระทู้ล่าสุด โดย Hero-Youn


สมการ    ป_ร_อ_ง_ด_อ_ง   แค่ 7 ตัวอักษร หรือ 2 ยุทธศาสตร์ 7 กลวิธี


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า แค่อักษรเพียงไม่กี่ตัว  ซึ่งในแต่ละตัวแฝงด้วยอนุภาพที่ยิ่งใหญ่  ยิ่ง เมื่อเรียงต่อกันกลายเป็น วาทกรรมที่มหัศจรรย์ ที่โลกทั้งใบต้องจารึก  สยบอยู่ใต้อุ้มมือ  อำนาจ อักษรทั้ง 7    นำมา ตีเป็นประโยค ได้ 2 พยางค์ ปรอง - ดอง คือ แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ หรือ หลุมพราง ที่ฝังทั้งเป็นไม่ต้องผุดต้องเกิด เสมือนเป็นระเบิดเวลาที่จะปะทุขึ้นมาเมื่อไหร่ไม่ทราบ เพราะฝ่ายหนึ่งได้ อีกฝ่ายหนึ่งต้องมีนงง  แก้เกม   จนทำให้ต้อง ขบคิด ทบทวน 2 พยางค์ ปรอง + ดอง คืออะไรกันแน่ และ แน่ใจหรือไม่ว่า เป็นวิธีที่ แก้ไข ถอดรหัส ปมปัญหา ได้จริง ๆ ไม่ทราบเหมือนกัน  รู้แต่ว่า ชักเหนื่อยใจแล้วซิ         บางที นั่งคิด นอนคิด ตีรังกาคิด ลองทบทวน ฟังผ่านหู ย้ำ ซ้ำหลายๆรอบ 2 คำนี้  ช่างเป็นประโยคที่สมบูรณ์แบบที่สุด  สัมผัสรับรู้ถึง ความภาคภูมิ แสดงถึงมารักกัน เนื้อหาช่าง  นุ่มนวลลึก แสนจะไพเราะ แต่แฝงไว้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ทรงอิทธิพลมีฤทธิ์เดชมากมายเหลือคณานับ   ถูกไม่ถูกไม่ทราบ แต่จะจับคลื่นสัญญาณพิเศษ ส่งเป็นความหมาย  สาร์น -ปรองดอง   ถอดรหัส อัศจรรย์ แปลเป็นนัยสำคัญ คือ   2  ยุทธศาสตร์  กับ  7 กลวิธี    โดยจะขอสกัด กรอง 2 คำ นี้  ด้วยสมการ โมเดล ในส่วนผสมหลายๆส่วน ผสานด้วย กุศโลบายที่แยบยอล    กล่าวคือ


ยุทธศาสตร์ที่หนึ่ง  ชื่อว่า    ตกลงกันด้วยความไกล่เกลี่ย  


ภารกิจ เพื่อต้องการ แยก กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์มาก ปานกลาง และน้อย    กับ  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   มาก ปานกลาง และน้อย  จับคู่เป็นชุดคำสั่ง เพื่อตั้งเป็น   โมเดล สมการปรองดอง ไร้ขอบเขต ส่วนใครจะจับคู่กับใคร สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ  ตกลงที่จะมาไกล่เกลี่ย กัน ส่วนจะแบบไหน และอย่างไร  เป็นเครื่องชี้นำ จุดคลายความคับแค้น ต่างหาก ถึงจะคลายปมที่ยุ่งเหยิงสับสน ปมซ้อนปม ยิ่งแก้ก็ยิ่งพัน  แล้วเราจะหา เส้นแบ่งตรงกลาง ได้ที่จุดไหน เมื่อ พบแล้วนั้นแหล่ะ คือ คำว่า  ไกล่เกลี่ย แบบบูรณาการ  



กรณี  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์  แบ่งเป็น 3 ชุด ประกอบด้วย โมเดล สมการ ดังต่อไปนี้

คำชี้แจงภาพรวม   จะต้องกัน ผู้เสียผลประโยชน์ออกมาก่อน ให้อยู่นิ่งๆ   โดยผู้มีอำนาจ จะคิดหาช่องทางแก้ไข เพื่อให้เกิดการไกล่เกลี่ย ทีละกลุ่ม  ทีละเงื่อนไข   และ ผ่อนปรนไปทีละจุด เพื่อให้คลายความกังกล และ ลดความกดดัน  คับเครียดแค้น ด้วยการชดเชย และต้องสร้างความหยืดหยุ่น ให้ผ่อนคลายวิตกกังวล  อีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

ข้อจำกัด  ฝ่ายที่ได้ประโยชน์  จะต้องเสียสละมาก ถึงจะอุดรูรั่ว และเป็นจุดเริ่มต้น คำว่า สมานฉันท์ และปรองดอง


สมการ ปรองดอง  จำแนกเป็น 3 ชุดยุทธศาสตร์  แบ่งเป็น

ชุดที่ 1  

รูปแบบที่หนึ่ง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์มาก (ค้าน + นปช + ทักษิณ)< > กลุ่ม ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  มาก (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)

เป้าหมาย จะต้องค้นหาจุด กึ่งกลาง ที่ทั้ง สอง ฝ่าย พอที่จะพูดคุยกันให้ได้ เพราะ ฝ่ายที่ได้ประโยชน์มาก ก็จะเล่นแง่ เชิงเยอะ ถือไพ่ได้เปรียบ จีบปากจีบคำ ส่งสมุนซ้ายขวาเป็นมือพิฆาต เชือดเฉือน คิดว่าตนเอง กำลังชนะ ผู้ที่ถือธง คือ ผู้กำหนด  ส่วนผู้พ่ายแพ้ ต้องทำตามทุกเงื่อนไข จึงทำตัวเหมือนไฟ และ ลม ที่กำลังโหม กระแส เผาล่ามทุ่ง ให้ เผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า ให้ราบคราบ   จนลืมตัวไปว่า  มากเกินกว่าเหตุ  จนจ่มปลัก ตรมทุกข์เสมือนไฟอเวจี ย้อนศร  

กลยุทธ  ผู้ชนะ จะต้องเปิดทาง ด้วยวิธีการเหนือ ปฏิหาร หักศิลา ที่ตรงหน้า เพื่อเปิดทางให้อีกฝ่าย ผ่อนปรน     โดยไม่มี กดขี่ ปิดทางเดิน อีกฝ่าย และอย่าไล่ล่า เช็คบิล  จนไม่มีที่ยืนหรือ ลมหายใจ    สุดท้าย ก็บีบให้จนตรก ผลลัพธ์ที่ได้ คือ  ก็จะสู้แบบบ้าคลั่ง เพราะไหนๆก็จะสูญเสียแล้ว ความตายก็เลยคิดเป็น จนเริ่มไม่กลัวตาย  กลายเป็น ความเครียดแค้น ที่สะสมเพิ่มพูล ขาดสติ ไร้เหตุผล ใช้โมหะ เหนือ ความชอบธรรม แน่นอน ใครคือ ผู้รับเคราะห์กับ เกมแห่งอำนาจ ถ้าไม่ใช่ประชาชนที่ต้อง แบกความบาดเจ็บ เสียหาย ล้มตาย ของทั้งสองฝ่าย  

วิธีการ

1. ผู้มีอำนาจล้มฟ้า ถ้าต้องการให้ยุติ อย่างรวดเร็ว ท่านต้อง พิสูจน์ความจริงใจ  และต้องมีศรัทธาของฝ่ายตรงข้ามที่ว่า เราหยุดแล้ว ท่านละจะเครียดแค้น เราไปทำไหม  ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเสริฐ   ประกาศ ยกเลิก พรก. บางจังหวัด แต่ก็ควบคุมพื้นที่หลักให้แน่นหนา   ประกาศ  ผ่อนปรน ให้มีการประกันตัว แต่มีเงื่อนไข ต้อง มารายงานทุก15 วัน  ประกาศว่า ทุบโต๊ะ เพื่อให้แผนปรองดอง ทั้งฝ่ายผู้มีอำนาจ และ ฝ่ายค้าน โดย จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน  ฝ่ายละ 5 คน เพื่อทำหน้าที่ จับเข่าคุยกัน อย่างเปิดอก มีอะไรที่ค้างคาใจ ก็เปิดให้หมด พูดกันให้เคลีย ระยะเวลา 1-5 วันๆ ละ 9 ชม เบรคทุก 4 ชม  จนกว่าจะตกผลึก เป็นเกล็ดใสๆ  ที่ประกายแสงสว่างเป็นปลายแสงที่ปลายอุโมงค์   พร้อมๆกับต้องมี   พยานมิตรที่ดีต่อกัน  ทำหน้าที่เป็นกลาง จากในประเทศ และ ตัวแทนนานาชาติมาร่วมเป็นสักขีพยาน ในครั้งนี้   รวมทั้งทีมที่ปรึกษา อาทิ บ้านเลขที่ 111 หรือ ตัวแทนที่ท่านเห็นชอบว่าจะ มีมิติ เพื่อสร้างความปรองดองให้สมานฉันท์ เป็นต้นแบบ ของความยืดหยุ่น

2. เมื่อคณะทำงาน ทั้ง2 ฝ่าย ได้ข้อสรุปสัตยาบัน  ทุกทางเลือก และ อะไรที่เป็นอุปสรรค จำเป็นต้อง ไกล่เกลี่ย จนมีหนทาง สว่างไสวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จากนั้น ก็  ยืนข้อเรียกร้อง และแนวทางเลือกที่เหมาะสม ไปยัง ผู้นำ ของรัฐ และ ฝ่ายค้าน  เพื่อหาข้อยุติ  เปิดใจ คุยกันให้ได้ทางออก เพื่อบ้านเมือง เป็นหลัก

3. แถลงการ หน้า ทีวีพูล พร้อมๆกัน ประกอบด้วย ผู้นำฝ่ายรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้าน  และฝ่ายสนับสนุน ของรัฐ อาทิ  กองทัพ  ศาล    ส่วนฝ่ายค้าน ได้แก่  ท่านฑูต  นปช   และ ท่าน ทักษิณ และทีมที่ปรึกษา ( ผ่านวีอีโอคอนเฟอเร้นซ์ )   

หมายเหตุ  ผู้ชนะ ต้องเป็น ผู้เสียสละ ก่อน จึงจะได้ใจปวงประชาษฏร์ ในฐานะ สุภาพบุรุษ  ส่วนผู้ที่พ่ายแพ้ ก็ต้อง เคารพ และ จริงใจ เปิดอก เป็นผู้กล้าที่ยิ่งใหญ่  พูดจริง ทำจริง ตรงไปตรงมา


รูปแบบที่สอง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์มาก (ค้าน + นปช + ทักษิณ)< > กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   ปานกลาง  (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)

เป้าหมาย  เพื่อผ่อนคลาย ความตรึงเครียด ของฝ่ายที่สูญเสีย  นปช ท่านทักษิณ และฝ่ายค้าน  โดยผู้มีอำนาจ จาก พรรคใหญ่ และพรรคร่วม และกลุ่มผู้สนับสนุน เบื้องหลัง  จะต้อง  ควบคุม และจำกัด คำสั่งพิเศษ บางประการในการ รุกคืบ เพื่อกดดันทุกรูปแบบ

กลยุทธ  ผู้มีอำนาจ จะ เลือกทางที่นุ่มนวล  เน้น ติดตามความเคลื่อนไหว ของอีกฝ่ายค้าน  นปช และ ผู้อยู่ต่างแดน ว่า ให้ความร่วมมือ เป็นสำคัญ    มิใช่ ออกมาโต้วาที เป็นวาทะกรรมลิงหลอกเจ้าที  จับผิด โยนเผือกร้อน กล่าวหา ขี้สงสัย และให้อำนาจพิเศษ สั่ง ฝ่ายตรวจสอบ เล่นกล บีบไข่ ยอมไม่ยอม

วิธีการ

1. จะไม่พยายาม ส่งคลืนปลิดวิญญาณ แรงสูง เข้าแทรกในทุกช่องทาง ต่อเนื่องเป็นระยะ   เป็นกงจักรสังหาร เพื่อที่จะ กินรวบ ให้ฝ่ายตน ถูกต้องเสมอ   ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อ เพราะ ความเหนือชั้นทางตีฝีปาก และ การควบคุมสือทุกเครือข่าย ไม่ว่าฟรีทีวี อินเตอร์เน็ท วิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์

2.  จะต้องเร่งดำเนินคดีความต่างๆ อย่างเป็นธรรม อาทิ เสื้อแดง เสื้อเหลืองอย่างเท่าเทียมกัน   เพื่อบ่งบอกว่า ใครถูกสงสัย กล่าวกระทำการผิด ก็ต้อง ผ่านกระบวนการทางศาล

3. ต้องเปิดเผย ชุดคณะทำงานที่ กำลัง ปราบปรามคอรัปชั่น ในทุกโครงการ อย่างตรงไป ตรงมา ไม่มีการกดดัน และปิดข่าว หรือ โยกย้าย เตะตัดขาเจ้าหน้าที่ ด้วยวิธี ไม่ให้ความร่วมมือ ยื้อเวลาให้นานที่สุด  เพื่อให้ คนในสังคมยอมรับนับถือว่า ท่าน คือ ผู้เที่ยงธรรม   โดยเฉพาะ จะต้อง ให้สื่อสารมวลชน เข้าไป ล่วงลูก สืบ เสาะแสวงหา ได้อย่างอิสระ ไม่มีการแทรกแซง


รูปแบบที่สาม  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์มาก (ค้าน + นปช + ทักษิณ)  < > กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   น้อย (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)

เป้าหมาย  จะยอมรับคำเรียกร้อง ทุกๆเรื่อง เพราะ เป็นวิธีเดี่ยว เท่านั้น เพื่อให้ ฝ่ายที่สูญเสีย เกิดความไว้วางใจ และเชื่อใจ

กลยุทธ  รับเงื่อนไข ที่เป็นไปได้ให้มากที่สุด แล้ว มากลั้นกรอง  จัดหมวด หมู่ ประเด็นปัญหา จากนั้นก็  เรียงลำดับ สำคัญมาก ไปสู่น้อยที่สุด  แล้ว เลือกที่จะ แก้ไข ปัญหาสำคัญเป็นลำดับแรกก่อน  

วิธีการ

เคราะห์กรรมของบ้านเมืองคือ การปฏิวัติ ปี49 -  ต่อปี 53  ถล่ม ระบบประชาธิปไตย   ยุบพรรคไทยรักไทย และ กระชับพื้นที่ นปช – เครื่อข่าย  จะต้องแก้ไขกันอย่างไรกันบ้าง เพื่อให้ ผู้สูญเสีย รู้สึกว่า ได้รับความเป็นธรรม และ ได้รับการชดเชย เพราะมีความเชื่อว่า ถูกกระทำ กดขี่ มาตลอดเวลา

1.  ท่านทักษิณ   แบ่งเป็นปม ปัญหา ที่ทำให้ไม่สบายใจมีเรื่อง อะไรกันบ้าง

ก. ซื้อขายหุ้น ชิน การจัดเก็บภาษี  ถูกต้องหรือไม่  ตามหลักสากล ถ้าผิด นั้น ผู้ประกอบการรายยักษ์ท่านอื่นๆ  ก็ต้องโดนด้วยเพื่อเป็นบันทัดฐานเดี่ยวกัน

ข. คดี ซื้อขายที่ดิน รัชดา คำพิพากษา ถือเป็นการสิ้นสุดแล้วใช่ไหม  

ค. คดี ยึดทรัพย์สิน กว่า 5 หมื่นล้าน  จะเอาจริงหรือไง  และส่วนที่เหลือ คืนหมดได้ไหม

ง. การไล่ล่าในต่างแดน ผ่อนปรนมากกว่านี้ได้ไหม

จ.  จริงไม่จริงไม่ทราบ อย่าได้กดดัน ด้วยข้อสงสัย กล่าวหาว่า ไม่รักชาติ บ้านเมือง ผ่าน การบิดเบือน โฆษณาชวนเชือ และสาดโครน แทนที่จะแก้ปัญหา กลับกลายเป็น เพิ่มปมปัญหาให้ หยั่งลึก ดึงผู้คนมากมาย ร่วมวงไพบูลย์ แบบเจ้าหนี้ร่วม หรือ ตกกระไดพลอยโจนกลายเป็น ศึก คู่กรณี แบบช่วยไม่ได้  ตอกย้ำ ให้แตกความสามัคคีให้ลึก แล้วก็ ลึกมากขึ้นไปเรื่อยๆ  เป็นการสร้างรอยบาปให้ ฝูงชนที่มาสนับสนุน เป็นอุบาย เครื่องมือส่งยาพิษให้เสพ ตายผ่อนส่งภายหลัง

2. แกนนำ นปช และ ผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และ ทุกคลภาพ

2.1  แกนนำ นปช   เอาแบบ ดูแลใกล้ชิด แบบผ่อนปรน และสบายใจ ทุกฝ่าย  

แบบที่ 1  ประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 5 ล้านบาท   แต่ต้องมารายงานทุก 7 -15 -30 ของทุกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่หนีหาย โดย เซ็นต์กำกับว่า  จะต้องมี พ่อแม่ลูกเมีย และญาติทสายเลือดเดียวกัน มาเป็นหลักประกัน หากท่านหนีไป คนเหล่านี้จะต้อง รับโทษ แทนท่าน

แบบที่ 2   ประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 3 ล้านบาท  สลับกัน หมุนเวียน กล่าวคือ  เป็นอิสระ ได้ 10 วัน จากนั้น ก็มารายงานทุกวัน เป็นเวลา 10 วัน  แล้ว ก็เป็นอิสระ 10 วัน หลังจากนั้นก็ มารายงานตัวทุกวัน ติดต่อกัน 10 วัน เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ    

แบบที่ 3  ประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 2 ล้านบาท  เป็นอิสระ 15 วัน แต่ ต้อง กักตัว บริเวณ ณ สถานที่กำหนด 7 วัน แล้วปล่อยตัว 15 วัน แล้วก็ กักบริเวณ ณ สถานที่กำหนด 7 วัน

แบบที่ 4   ประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 2 ล้านบาท   เป็นอิสระ 15 วัน กลับมาจำคุก 3 วัน  และมารายงานตัวทุก 3 วัน แล้วเป็นอิสระ 15 วัน จากนั้น ก็กลับมาจำคุก 3 วัน และ มารายงานตัวทุก 3 วัน เป็นอย่างนี้เรื้อยๆ

แบบที่ 5   ประกันตัวด้วยวงเงินคนละ 7 ล้านบาท   เป็นอิสระ 5 วัน แล้วกลับมากักขัง หรือ ทำงานการกุศล วันละ 5 ชม ทุกวัน เป็นระยะเวลา 15 วัน หลังจากนั้น ก็เป็นอิสระ 5 วัน แล้วกลับมาทำงาน การกุศล วันละ5 ชม ทุกวันรวม 15 วัน แล้วก็ เป็นอิสระ 5 วันเป็นอย่างนี้เรื้อยๆไป


2.2  ชดเชย ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และทุกคลภาพ

ก. สูญเสียชีวิต  รัฐ ให้เงินชดเชย ทันทีเพิ่มเติม 1 ล้านบาท เพื่อปรับอารมณ์ และ รักษาชีวิคของคนที่อยู่ข้างหลัง

ข. บาดเจ็บ รักษาให้ดีที่สุด และให้เงินก้อน 5 แสน เป็นค่าชดเชย

ค. ทุกคนภาพ  ต้องดูแลชีวิต และครอบครัว เป็นระยะเวลา 30  ปี ให้เงินก้อน 2 แสน และเงิน 9000 บาททุกๆเดือน พร้อมประกันสุขภาพ และการหาอาชีพรายได้เสริม
 

สมการ โมเดล ชุดที่ 2
คำชี้แจง  หลักคิด เหมือน กับ ชุด ที่1

รูปแบบที่หนึ่ง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ปานกลาง (ค้าน + นปช + ทักษิณ) < > กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  มาก (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)
รูปแบบที่สอง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ปานกลาง (ค้าน + นปช + ทักษิณ) < > กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  ปานกลาง (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)
รูปแบบที่หนึ่ง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ปานกลาง(ค้าน + นปช + ทักษิณ) < >  กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   น้อย(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)


สมการ โมเดล ชุดที่ 3  
หลักคิด จะยึดให้ ฝ่ายสูญเสีย จะต้อง ไม่สร้างปัญหา และ ผู้มีอำนาจ ก็ต้อง ยึดหลัก บ้านเมืองสงบ ต้องหันหน้า ปรองดองกัน

รูปแบบที่หนึ่ง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์น้อย (ค้าน + นปช + ทักษิณ)< > กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  มาก  (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)

เป้าหมาย  ฝ่ายตรงข้าง อำนาจรัฐ จะต้อง ไม่พยายาม ป่วนบ้านเมือง และ สร้างอิทธิฤทธิ์ ไร้ขอบเขต  เพื่อกดดัน เตะตัดขา อำนาจรัฐ ทุกรูปแบบ เพื่อให้ เสียเครดิส ทำลายความน่าเชื่อถือ ให้บ่นปี้ต่อหน้าถึงจะได้สบายใจ เสร็จ ตรูแน่นอน    

กลยุทธ  ให้มาแสดงออก ด้วยการเข้าสู่ระบบ อาทิ  ฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ การทำงานฝ่ายบริหาร ผ่านกระทู้สด ตั้งโต๊ะแถลง แส เบาะแส ขยันหาหลักฐานทุจริต  ฝ่าย นปช ก็จัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ไม่นิยมรุนแรง ไม่รบกวนสังคมให้เดือดร้อน

วิธีการ

1.  ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ชัดเจน เปิดแถลงการ ทุกวัน หรือ วันใดที่มีหลักฐาน เพื่อให้ ประชาชนรับทราบ เน้นสร้างสรรค์ เชิงบวก เท่านั้น จะไม่ตอกย้ำ ไร้หลักฐาน กล่าวหาไปวันๆ ให้สังคมเวียนหัว เบื่อหน่าย การเมืองน้ำเน่า ไร้ยางอาย บีบหัวใจ ถามกันบ่อยๆ เซ็งเป็ด

2. ผู้มีอำนาจ ต้อง เปิดโอกาส เต็มที่ ไม่ต้องอาศัย ขุนศึก หน้าศพ โต้วาที สร้างน้ำลาย พ่น พิษให้ ชาวบ้านปวดใจนี่ให้มาทำงาน ดันทะลึ่ง ผิดคิวซะนี่

3. ผู้มีอำนาจประกาศ ว่า ยกเลิกภากิจ พิเศษ กดดัน แกนนำ เครื่อข่าย คนเสื้อแดง  ตามหมู่บ้าน ติดตาม รายชื่อพิเศษ  และ จะเข้าสู่กรม กอง ทันที ปล่อยให้ ตำรวจดูแลเท่านั้น

4. จะทำงานบริหารราชกิจ ด้วยความเข้มแข็ง และขยันทำงาน สร้างผลงาน ไม่เน้นการเมือง มุ่ง บำรุงสุข แก้ไขความเดือดร้อน หารายได้ เพิ่มอาชีพ และช่วยเหลือ โครงสร้างเศรษฐกิจ และ จัดการปัญหาภัยสังคมเป็นหลัก  เท่านั้น  


รูปแบบที่สอง  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์น้อย (ค้าน + นปช + ทักษิณ) < > กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  ปานกลาง  (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)
คำชี้แจง  เหมือน ข้อ รูปแบบที่ 1


รูปแบบที่สาม  กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์น้อย (ค้าน + นปช + ทักษิณ) < > กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   น้อย (รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)

เป้าหมาย  กำลังพอๆกัน สู้ไปก็ชนะ แพ้เท่ากัน ก็ตามฝ่ายแต่ ทำงานตามหน้าที่ของใคร ก็ของมันจะดีกว่าหรือไม่

ภารกิจ  แยกกัน ดูแล ให้อยู่ในกรอบของกฏหมาย และ ผู้มีอำนาจ ก็จะมุ่งบริหารราชการแผ่นดิน เลิกการเมือง ส่วนฝ่ายค้าน ก็สอดส่อง ตรวจสอบ วัดฝีมือ

วิธีการ

1. ยุติการไล่ล่า แล้วกลับ กรมกอง  ปล่อยให้ เป็นหน้าที่ของนักการเมือง แก้ไขกันเอง  

2.  เปิดเจรจา สงบศึก ชั่วคราว  จะไม่มีการก้าวก่าย และทำลายข้างหลัง ไปไหนทุกคนก็ปลอดภัย

3.  จัดตั้งคณะทำงาน พิเศษ เพื่อ เข้ามาไกล่เกลี่ย ปมปัญหาทุกๆเรื่อง ที่สะสม ให้คลายออก เพื่อเป็น ของขวัญ ปลดทุกข์ แก่พี่น้อง ชาวบ้าน



กรณี  กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  

คำชี้แจง ภาพรวม   กลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์  จะต้องถูกจำกัด บทบาท และต้อง เข้ามาต่อสู้ข้อเท็จจริง แบบเปิดเผย ตรงไปตรงมา และห้าม ไม่พอใจ ก็อ้างสารพัด ว่าไม่สองมาตรฐาน ถูกบิดเบือน และ ต้องยอมรับผลของคำสั่งศาลอย่างสงบ ให้สู้ตามข้อเท็จจริง ประจักษ์พยาน และพฤติกรรมที่แสดงออก  ในขณะเดียวกัน ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   ท่านก็ต้อง ตั้งคณะทำงาน เข้ามา รับผิดชอบอย่างจริงจัง และสังคมยอมรับ และฝ่ายตรงข้ามพอใจ มิใช่สร้างภาพว่า ดำเนินการ สักพักก็เกียร์ว่าง  เตะถ่วง ยื้ดเวลา หรือ บิดเบือน พยานหลักฐานข้อเท็จจริง ปลอมแปลง ข้อกล่าวหา  เพื่อหวังผล กระตุกเชือกฝ่ายตรงข้าม เบรคเต็มตีนโดยไม่ส่งสัญญาณใดๆ

ข้อจำกัด  แม้ฝ่ายผู้ที่เสียหาย ก็ยังอารมณ์ค้าง คับแค้น คุกรุ่น  ขุ่นมั่ว  เครียดแค้น  เป็นเริ่องที่ยาก ที่จะตีกรอบการเรียกร้อง ใดๆ เพราะ มีความเข้าใจและเชื่อมั่นว่า ถูกรังแก ถูกกระชับพื้นที่ เป็นผู้ถูกฝ่ายกระทำ จนเกิดความสูญเสีย  นั้นวิธีเดี่ยวคือ  จับปลาแยก น้ำ ปลาตัวไหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ก็คัดเลือกเป็น กลุ่มๆ  เสมือนที่ท่าน คัดแยก พันธมิตรตามข้อกล่าวหาอะไรกันบ้าง  ตาม พยานหลักฐาน และ ตามพฤติกรรมที่แสดงออกในการเรียกร้อง  

ชุดที่ 1

รูปแบบที่หนึ่ง  กลุ่มที่ ผู้กุมอำนาจ นโยบาย  มาก(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)  <> กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ น้อย ( คนเสื้อแดง+ ผู้สนับสนุน)

เป้าหมาย  จะต้องปลดปล่อย ผู้ที่มาร่วม กิจกรรมทางการเมือง ในช่วง มีนา – พค53  โดยเฉพาะ ผู้ที่ถูก จับกุมภายใต้ พรก ฉุกเฉิน ที่เป็นชาวบ้าน  และ กลุ่มสนับสนุนการเงิน ที่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นจุดเริ่มต้น คำว่า ปรองดอง และลด ดีกรีความเข้มข้น ลง  เป็นการส่งสัญญาณ สันติภาพ  ประนี ประนอม ผ่านกระบวนการต่างๆ เสมือน ตีวัวกระทบคาด
ภารกิจ  จะต้องใช้กลยุทธ แบบผ่อนปรน  ลดพื้นที่กระชับ วงรอบนอก กทม และปริมณฑล   เพื่อสร้างแรง สนับสนุน จากสังคมว่า  การเริ่มปรองดอง จะต้องเกิดจากฝ่ายรัฐ ซึ่งมีอำนาจเต็มมือ เป็นการแสดง สุภาพบุรุษ

วิธีการ

1. ทาง ผู้มีอำนาจ ประกาศ  ใครที่ถูกจับกุม และสอบสวนแล้ว  แค่ฝ่าฝืน พรก ฉุกเฉินเท่านั้น แต่เมื่อพิสูจน์ พยานหลักฐาน และ พฤติกรรม สรุปไม่เป็นภัย และไม่มีเจตนา  ก็ ปล่อยให้เป็นอิสระภาพทุกๆคน มีผลทันที พร้อม จัดหารถรับส่งถึงที่ และเงิน ค่าทำขวัญ 3000 บาท   และจะไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ  และ จะไม่มีพฤติกรรม ข่มขู่  เฝ้าติดตาม อย่างเด็ดขาด

2.  และหากใคร ยังต้องการขอ หลักฐานเพิ่ม และ ทางรัฐ ยังมีข้อสงสัยอยู่  แต่ด้วย จิตเมตตา และ ใจกว้าง  ก็ขอให้ ประกาศ ผ่านศาล ให้ ประกันตัวไปวงเงิน 5 พันบาท กรณี เป็นเด็ก สตรี คนชรา  และ นักธุรกิจ วงเงิน 5 หมื่นบาท  แต่ต้องมารายงานตัว ทุก 20 วัน

3. แน่นอน การสูญเสีย บาดเจ็บ ของคนเสื้อแดง ฝ่ายผู้มีอำนาจ จะตั้ง องค์กรกลาง  จากภาคประชาชน มา ร่วมตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ทำงานได้อิสระ ไม่ขึ้นตรงกับใคร สามารถจัดแถลงการ ได้ทุกกรณีถ้าคิดว่า มีข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะพร้อม   และ ผู้มีอำนาจ จะเร่ง ให้การชดเชย หลายๆทางอาทิ  ตั้งกองทุน สมทบ วีรชนผู้รักประชาธิปไตย ( ภาษาเป็นกลางๆ จะได้สบายใจ ) ในช่วง เมษ – พค53  บริจาคเงินได้ ที่ .........................  และจะ สรุป ผลการรักษาพี่น้องตามโรงพยาบาล  ล่าสุด เป็นอย่างไรกันบ้าง พร้อมตั้งคณะทำงานรับผิดชอบ ดูแลรักษาให้ถึงที่สุด   ตลอดจน จัดสรรงบ 90 ล้าน เพื่อดูแล เพิ่มเติม

4. กรณี เป็นนักธุรกิจ ที่เชื่อมั่นว่า จะมาสนับสนุนการเงิน และอื่นๆ  ถ้าประเมิน จาก ประจักษ์พยานหลักฐาน ไม่เพียงพอ และ มีพฤติกรรมไม่ชัดเจน ก็ประกาศ ให้ชัดเจนไปเลยว่า  ขอบคุณที่ท่านให้ความร่วมมือ ในฐานะพลเมืองทีดี พร้อม ประกาศ หนังสือสดุดี  เพื่อ รับขวัญ
กรณีที่ ยังเกิดข้อสงสัย ในบางเรื่อง  ก็ ประกาศให้ชัดเจนว่า  ขอให้มารายงาน เพื่อจัดหา เอกสาร และพยาน ทุกวันที่ 25 ของทุกเดือน  และถ้าใคร เชื่อมั่นว่า มีข้อเท็จจริง และมีพยานหลักฐาน  ก็ให้ ประกันตัวด้วยวงเงิน 10 ล้านบาท แต่ต้องมารายงานทุก 15 วัน


รูปแบบที่สอง  กลุ่มที่ผู้กุมอำนาจ นโยบาย   มาก(รัฐ+ร่วม+อื่นๆ)  > กลุ่ม ที่สูญเสียผลประโยชน์ ปานกลาง ( ฝ่ายค้าน +  อดีต111)

เป้าหมาย  ต้องการให้ฝ่ายค้าน และ อดีต111  ทำหน้าที่ ตรงไปตรงมา ในฐานะ สส ผู้ทรงเกียรติ และอดีต  เล่นกันในสภา มากกว่า เคลื่อนไหวบนท้องถนน และ บทบาทกดด้นด้านอื่นๆ

ภารกิจ  ส่งสัญญาณ และ จับเข่าคุย กัน แบบเปิดหน้า มีอะไร ก็พูดกันในที่สภา เท่านั้น  และหรือ จะพูดจะแถลงเรื่องอะไร ข้อกล่าวหา และข้อสงสัยประการใด  ท่าน ต้องเพิ่มมาตรฐาน และความรับผิดชอบให้มากขึ้น ด้วยการ มีมูลความจริง จาก เอกสาร พยาน และ พิสูจน์ว่า พฤติกรรมแบบนี้ มีความหมายแปลว่าอะไรกันบ้าง ในทางหนึ่งทางใด ที่ผิดกฏหมาย บิดเบือนข้อเท็จจริง  เท่านั้น สังคมจะได้ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด กังวล กลุ้มใจทุกวัน นี่อะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกับ บ้านเมืองนี้  

ส่วน ผู้มีอำนาจ ก็เช่นกัน  เช่น มีสัญญาณบางอย่างอาทิ ข่าวลือต่างๆ จึงต้องกันไว้ก่อนด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ ประจำจุดต่างๆ   ท่านต้อง มีหลักฐาน ที่ชัดเจน คำว่า ชัดเจน คือ ตรงไปตรงมา  แต่หาก เล่นการเมือง ก็เพียงตั้งธง อ้างว่า มีมูล มีสัญญาณไม่ดี ต่างๆ นานา  ที่สุด บ้านเมือง สังคม ก็จะตกใน พะวัง อีกแล้ว

วิธีการ

1.  ปฏิรูป วิธีการทำงานใหม่หมด ของฝ่ายค้าน และอดีต 111  บอกว่าไม่เกี่ยวข้องการเมือง แต่เข้าไป ร่วมวงไพบูลย์ นั่งหัวโต๊ะ วางแผน แถลงข่าว และ มีส่วนร่วม ในทุกภารกิจ เห็นภาพกันชัดๆ แต่บอกว่า มากินข้าว มาตีกอฟท์  ถ้าคิดได้แค่นี่ก็ เป็นเคราะห์กรรมของบ้านเมือง และ ผู้มีอำนาจ กำกับ  พฤติกรรมแบบนี้ ทำไหม ถึงเงียบ หายไปอีกแล้ว  ผิดคือผิด และ ที่สำคัญ ท่านต้อง จัด กระบวนทางความคิด และกรอบ ของการกระทำที่ละเมิด และผิดกฏหมาย  ชี้แจง เป็น หมวด พฤติกรรม แยกย่อยให้ชัดเจน จะกี่ข้อก็ว่าไป  พร้อมกับแถลงข่าว แจกจ่ายไปยัง ผู้สื่อข่าว ว่า ต่อไปนี้ หากอดีต นักการเมืองท่านใด จะแสดงออกการเมืองแบบนี้  ถือว่าเข้าข่าย  และประกาศไปว่า 30 วันนี้ ใครที่เข้าข่าย จะเชิญ และหรือ มาแสดงตนรับผิด จะไม่ผิดกฏหมายใด  แต่ถ้าไม่มา หรือ ไม่สนใจ นับจากประกาศนี้ไปแล้ว 31 วันเป็นต้นไป เราจะ ถือว่าท่าน กระทำ ละเมิด และจงใจจะกระทำผิดต่อไป   โดยเบื้องต้น

1.1  กรณี กระทำเข้าข่าย ก่อน ประกาศ  ก็ขอเรียนเชิญ  นักการเมืองท่านนั้น มาชี้แจง  ถ้าผิด ก็ เซ็นรับสภาพ  แต่จะไม่ต้องรับโทษ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการ ปราม มิให้ เข้ามา มีส่วนได้ ส่วนเสีย  รออีก ปีเศษ แป็บเดียวเอง และ เพื่อกัน กลุ่มนี้  เพราะการแก้ไข ยิ่งมากคิด ก็ยิ่งยุ่งเหยิง ออกไว้ห่างๆ ดีแล้ว
  
1.2  ถ้า มาเซ็นต์ รับสภาพ แต่ภายหลัง ทำตัว เพราะมีหลักฐาน และพฤติกรรม ชัดเจน ก็ ประกาศ ทบต้น ทบดอก ขยายโทษไปอีก 5 ปี จะได้ เป็นตัวอย่างให้ คนอื่นๆ ตาสว่าง

 

 4 
 เมื่อ: 3 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย Hero-Youn - กระทู้ล่าสุด โดย Hero-Youn
ผู้หญิง ถึง ผู้หญิง  คุณอ้อม นี่ซิ Hero  ตัวจริง
ผู้หญิง ถึง ผู้หญิง  คุณอ้อม นี่ซิ Hero  ตัวจริง



พอดีได้มีโอกาส ฟังคุณไก่  หนึ่งในสี่สาวสวยแสนน่ารัก ได้เปิด ตัว คุณอ้อมหรือ อ้อ ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกหรือไม่ เอาเป็นว่า ทำไหมถึงต้อง กล่าวถึงอีกครั้ง เพราะ คนจริง คนดี มีลักษณะ อยู่ 2 ประการ  คือ  คนดีที่ชอบช่วยเหลือ สังคม อยู่เบื้องหลัง ไม่กล้าเผยหน้าเปิดตัว    และ คนดีที่เป็นเหยื่อ ทุกข์ทรมาน เจ็บปวดกับเหตุการณ์นี้ซ้ำซ้อน วกวน แล้ว ลุกขึ้นมายืน อย่างสง่างาม  นำประสบการณ์ที่เลวร้าย ตกนรก ทั้งเป็นมา ตีแผ่  เล่าสู่กันฟัน  หมดเปลือก โดยไม่กริ่นเกรง กลัว  และให้เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์สอนใจ แก่ผู้คนในสังคม ว่าต้องปกป้องคนดี อย่าได้ทอดทิ้งคนดี เพราะเมื่อคนดี ถูกหย้ำยี่ เสียขวัญ หมดกำลังใจ คนร้ายก็จะครองเมือง


สรุป คุณอ้อม หรือ คุณอ้อ ถูกชาย ตั้งใจหลอก 10 ปี อ้างสารพัด ว่า เงินไม่พอใช้ ส่วนภรรยา ทำพยาบาล ก็หลงเชื่อ รับงานนอกเวลา ทำงานเพิ่ม กู้หนี้ยืมเงิน เพื่อเอาใจ สามี แทนที่สามีจะสำนึกบุญคุณ กลับ เอาเงินจากหยาดเหงื่อ และความรัก มาสนองตัณหา มาสร้างครอบครัวใหม่  ทุกครั้งก็จะอ้างว่า ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในต่างจังหวัด  และต่างประเทศ แถบจะไม่ได้เจอหน้ากัน เลยหลายเดือน จนปรากฏ ฟ้าช่างเห็นใจ  ให้ คุณอ้อม หรือ อ้อ ไปเจอความจริง  ชายหนุ่ม ดันไปมีเมียใหม่ ลูก 2 คน ด้วยจาก เงินที่เธอทุ่มเท ทั้งชีวิต 10 ปีทำงานหนักจนทรุดโทรม น่าเวทนา และสูญเสีย อิสระ และชีวิตในช่วงวัยหนุ่มสาวอย่างกู้กับคืนไม่ได้  เธอบอกว่า  ทำไหมต้อง ทำลาย ฉันด้วย ชีวิตที่สูญเสีย มันหมดไปแล้ว ทั้งร่างกาย  จิตใจ และหนี้ที่พอกพูน กว่าจะใช้หมด ไม่ง่ายเลยน่ะ  เพราะคุณ รอดเสวยสุข สบาย ส่วนฉันท์อดทุกข์ เป็นหม้าย และแบกหนี้  ชีวิตส่วนที่เหลือจะให้ทำอย่างไรกัน และจิตใจโครตหดหู่ สิ้นสภาพ กว่าจะฟื้นฟู และลุกขึ้นมาใหม่ เป็นเดือน เป็นปีไม่ใช่น้อย      แม้ จะอยู่ในระหว่าง ยืนฟ้องร้อง อย่าก็ตามที


แล้วประชาชน ท่านและผม  จะช่วยกัน ปกป้องคนดี ได้อย่างไร แน่นอน มูลนิธิหญิงรับเรื่องไปแล้ว แต่ 2 มือ เราละ ต้องไม่อยู่นิ่งเฉย กับเรื่องเหล่านี้  อย่าคิด เพียงเพราะว่า เล็กๆน้อย เรื่อง ผัวๆ เมียๆ ก็เป็นแบบ นี้ ผมก็เป็นเหยือเช่นกัน ฟังแล้ว น้ำตาไหล สะเทือนใจจริงๆ  ที่โดนเหตุการณ์นี้เช่นกัน ทุกวันนี้ เป้ และทรุดพอควร กว่าจะฟื้นอารมณ์ และความรู้สึกเริ่มต้นใหม่  แม้จะผ่านกระบวนการศาล ต่อสู้กัน 3 ปี เราชนะ แต่ผู้ร้าย ก็คือ ผู้ร้าย เบี้ยวเชิดเงิน   แล้วก็หนีหายอย่างน่าอัศจรรย์  จนผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกผมว่า  คุณ จะเลือก แบบไหน อาฆาตเครียดแค้นไปตลอดชีวิต คิดที่จะด่าท้อ สาปแช่ง  ภาวนาให้ฉิบหาย ตกนรกเหมือนเรา ทุกวัน คิดแล้วกลุ้มอกกลุ้มใจ กินนอนไม่ได้ แล้วชีวิตดีขึ้นหรือไม่  หรือ ปล่อยวาง คิดว่าชาติที่แล้วเรากู้เขามา แค่เขามาทวงคืน  ชดใช้ให้เขาได้ไหม  เป็นเวร เป็นกรรม เคราะห์บาปกรรมที่เราต้องเจอ  ฝ่าฟันจิตใจไปให้ได้    แต่ทำให้ คุณภาพชีวิต จิตใจเราสูงขึ้น  ท่านต้องเลือกตัดสินใจ  ฟังดูง่าย แต่ทำยาก ช่วงนั้นก็ต้องพึ่งวัด นั่งสมาธิ จนเริ่มมีภูมิปัญญา และคิดทบทวน  คำว่า ให้ อภัย และ อโหสิกรรม  ยกถวายพระพุทธเจ้า เป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อไป


ผมก็แค่อยากให้ คนดีๆที่ ในเวปบอร์ดนี้ หรือที่ไหนก็ตาม   ค่อยๆ เผยตัว และค่อยๆ รวมตัวกัน ผนึกกำลัง และอย่าได้ทอดทิ้ง กัน เพียงเพราะท่านแกร่งแข็งแรงแล้ว หรือ นิสัยพฤติกรรมส่วนตัว ผมมีความเชื่อว่า จิตใจเบื้องลึกของคนดี สัมผัสได้  สำคัญอยุ่ว่า ใครคือ ผู้กล้า อัศวินตัวจริง Hero ตัวพ่อ หรือ จะต้องปล่อยให้คนดี ที่เป็นเหยื่อ กล้าออกมา ทวงความยุติธรรม ส่วนคนดีที่ชอบอยู่เบื้องหลัง ก็จะ หลบๆซ่อนๆ เพราะไม่อยากเสนอหน้า เอาหน้า  รบกวนขอให้ท่านคิดทบทวนใหม่ได้ไหมครับ เพราะศักยภาพของท่าน จะเป็นการจุดประกายที่ยิ่งใหญ่ อาทิ  บิลเกตุ  บัฟเฟตต์  โซรอส ก็บริจาคเงินมากมาย แล้วท่านล่ะ จะไม่ลอง มาจัดตังองค์กรพิทักษ์คนดี หรือครับ


และขอขอบคุณ รายการ ผู้หญิง ถึง ผู้หญิง และรายการต่างๆ ทุกช่อง 3 -5-7-9- NBT – TPBS และ คลื่นวิทยุ  ตลอดจน หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายฉบับ ที่เปิดคอลัมภ์ สื่อสาร ไปยังคนดีให้ ดูแลช่วยเหลือกัน  เพราะ สื่อสารมวลชน คือ ตัวส่งคลื่นพลังที่ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วที่สุด  ขอวิงวอนมายังท่าน ได้โปรด    ขอเวลา สัก 2-5 นาที  เปิด ประเด็นทุกๆวัน ก็แจ๋ว เลยครับ  ท้ายนี้ไม่มีอะไรจะกล่าวถึง ขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย ได้โปรด คุ้มครอง และปกป้อง ท่าน และครอบครัว  จงมีความสุข ความเจริญครับผม  

Hero-Youn


พอดีได้มีโอกาส ฟังคุณไก่  หนึ่งในสี่สาวสวยแสนน่ารัก ได้เปิด ตัว คุณอ้อมหรือ อ้อ ไม่แน่ใจว่าสะกดถูกหรือไม่ เอาเป็นว่า ทำไหมถึงต้อง กล่าวถึงอีกครั้ง เพราะ คนจริง คนดี มีลักษณะ อยู่ 2 ประการ  คือ  คนดีที่ชอบช่วยเหลือ สังคม อยู่เบื้องหลัง ไม่กล้าเผยหน้าเปิดตัว    และ คนดีที่เป็นเหยื่อ ทุกข์ทรมาน เจ็บปวดกับเหตุการณ์นี้ซ้ำซ้อน วกวน แล้ว ลุกขึ้นมายืน อย่างสง่างาม  นำประสบการณ์ที่เลวร้าย ตกนรก ทั้งเป็นมา ตีแผ่  เล่าสู่กันฟัน  หมดเปลือก โดยไม่กริ่นเกรง กลัว  และให้เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์สอนใจ แก่ผู้คนในสังคม ว่าต้องปกป้องคนดี อย่าได้ทอดทิ้งคนดี เพราะเมื่อคนดี ถูกหย้ำยี่ เสียขวัญ หมดกำลังใจ คนร้ายก็จะครองเมือง

สรุป คุณอ้อม หรือ คุณอ้อ ถูกชาย ตั้งใจหลอก 10 ปี อ้างสารพัด ว่า เงินไม่พอใช้ ส่วนภรรยา ทำพยาบาล ก็หลงเชื่อ รับงานนอกเวลา ทำงานเพิ่ม กู้หนี้ยืมเงิน เพื่อเอาใจ สามี แทนที่สามีจะสำนึกบุญคุณ กลับ เอาเงินจากหยาดเหงื่อ และความรัก มาสนองตัณหา มาสร้างครอบครัวใหม่  ทุกครั้งก็จะอ้างว่า ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในต่างจังหวัด  และต่างประเทศ แถบจะไม่ได้เจอหน้ากัน เลยหลายเดือน จนปรากฏ ฟ้าช่างเห็นใจ  ให้ คุณอ้อม หรือ อ้อ ไปเจอความจริง  ชายหนุ่ม ดันไปมีเมียใหม่ ลูก 2 คน ด้วยจาก เงินที่เธอทุ่มเท ทั้งชีวิต 10 ปีทำงานหนักจนทรุดโทรม น่าเวทนา และสูญเสีย อิสระ และชีวิตในช่วงวัยหนุ่มสาวอย่างกู้กับคืนไม่ได้  เธอบอกว่า  ทำไหมต้อง ทำลาย ฉันด้วย ชีวิตที่สูญเสีย มันหมดไปแล้ว ทั้งร่างกาย  จิตใจ และหนี้ที่พอกพูน กว่าจะใช้หมด ไม่ง่ายเลยน่ะ  เพราะคุณ รอดเสวยสุข สบาย ส่วนฉันท์อดทุกข์ เป็นหม้าย และแบกหนี้  ชีวิตส่วนที่เหลือจะให้ทำอย่างไรกัน และจิตใจโครตหดหู่ สิ้นสภาพ กว่าจะฟื้นฟู และลุกขึ้นมาใหม่ เป็นเดือน เป็นปีไม่ใช่น้อย      แม้ จะอยู่ในระหว่าง ยืนฟ้องร้อง อย่าก็ตามที

แล้วประชาชน ท่านและผม  จะช่วยกัน ปกป้องคนดี ได้อย่างไร แน่นอน มูลนิธิหญิงรับเรื่องไปแล้ว แต่ 2 มือ เราละ ต้องไม่อยู่นิ่งเฉย กับเรื่องเหล่านี้  อย่าคิด เพียงเพราะว่า เล็กๆน้อย เรื่อง ผัวๆ เมียๆ ก็เป็นแบบ นี้ ผมก็เป็นเหยือเช่นกัน ฟังแล้ว น้ำตาไหล สะเทือนใจจริงๆ  ที่โดนเหตุการณ์นี้เช่นกัน ทุกวันนี้ เป้ และทรุดพอควร กว่าจะฟื้นอารมณ์ และความรู้สึกเริ่มต้นใหม่  แม้จะผ่านกระบวนการศาล ต่อสู้กัน 3 ปี เราชนะ แต่ผู้ร้าย ก็คือ ผู้ร้าย เบี้ยวเชิดเงิน   แล้วก็หนีหายอย่างน่าอัศจรรย์  จนผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกผมว่า  คุณ จะเลือก แบบไหน อาฆาตเครียดแค้นไปตลอดชีวิต คิดที่จะด่าท้อ สาปแช่ง  ภาวนาให้ฉิบหาย ตกนรกเหมือนเรา ทุกวัน คิดแล้วกลุ้มอกกลุ้มใจ กินนอนไม่ได้ แล้วชีวิตดีขึ้นหรือไม่  หรือ ปล่อยวาง คิดว่าชาติที่แล้วเรากู้เขามา แค่เขามาทวงคืน  ชดใช้ให้เขาได้ไหม  เป็นเวร เป็นกรรม เคราะห์บาปกรรมที่เราต้องเจอ  ฝ่าฟันจิตใจไปให้ได้    แต่ทำให้ คุณภาพชีวิต จิตใจเราสูงขึ้น  ท่านต้องเลือกตัดสินใจ  ฟังดูง่าย แต่ทำยาก ช่วงนั้นก็ต้องพึ่งวัด นั่งสมาธิ จนเริ่มมีภูมิปัญญา และคิดทบทวน  คำว่า ให้ อภัย และ อโหสิกรรม  ยกถวายพระพุทธเจ้า เป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อไป

ผมก็แค่อยากให้ คนดีๆที่ ในเวปบอร์ดนี้ หรือที่ไหนก็ตาม   ค่อยๆ เผยตัว และค่อยๆ รวมตัวกัน ผนึกกำลัง และอย่าได้ทอดทิ้ง กัน เพียงเพราะท่านแกร่งแข็งแรงแล้ว หรือ นิสัยพฤติกรรมส่วนตัว ผมมีความเชื่อว่า จิตใจเบื้องลึกของคนดี สัมผัสได้  สำคัญอยุ่ว่า ใครคือ ผู้กล้า อัศวินตัวจริง Hero ตัวพ่อ หรือ จะต้องปล่อยให้คนดี ที่เป็นเหยื่อ กล้าออกมา ทวงความยุติธรรม ส่วนคนดีที่ชอบอยู่เบื้องหลัง ก็จะ หลบๆซ่อนๆ เพราะไม่อยากเสนอหน้า เอาหน้า  รบกวนขอให้ท่านคิดทบทวนใหม่ได้ไหมครับ เพราะศักยภาพของท่าน จะเป็นการจุดประกายที่ยิ่งใหญ่ อาทิ  บิลเกตุ  บัฟเฟตต์  โซรอส ก็บริจาคเงินมากมาย แล้วท่านล่ะ จะไม่ลอง มาจัดตังองค์กรพิทักษ์คนดี หรือครับ

และขอขอบคุณ รายการ ผู้หญิง ถึง ผู้หญิง และรายการต่างๆ ทุกช่อง 3 -5-7-9- NBT – TPBS และ คลื่นวิทยุ  ตลอดจน หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายฉบับ ที่เปิดคอลัมภ์ สื่อสาร ไปยังคนดีให้ ดูแลช่วยเหลือกัน  เพราะ สื่อสารมวลชน คือ ตัวส่งคลื่นพลังที่ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วที่สุด  ขอวิงวอนมายังท่าน ได้โปรด    ขอเวลา สัก 2-5 นาที  เปิด ประเด็นทุกๆวัน ก็แจ๋ว เลยครับ  ท้ายนี้ไม่มีอะไรจะกล่าวถึง ขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลาย ได้โปรด คุ้มครอง และปกป้อง ท่าน และครอบครัว  จงมีความสุข ความเจริญครับผม  

Hero-Youn

 5 
 เมื่อ: 3 ชั่วโมงที่แล้ว 
เริ่มโดย La-O - กระทู้ล่าสุด โดย Hero-Youn


ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามา เห็นเพื่อนสมาชิกหดหายไปหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ท่านผู้ดูแลหรือไม่  เรามาขอยืนหยันเป็นครั้งที่ 3 ถ้ายังไง ท่านได้โปรดชี้แจง แถลงไข สักหน่อยหนึ่งเถอะว่า  การปรับปรุงล่าสุด สมบูรณ์แบบแค่ไหน และ ข้อมูลที่พี่ๆ จอมยุทธไร้เที่ยมทานหลายท่าน ท่านผู้ดูแล สามารถดึงข้อมูลกลับคืนมาได้หรือไม่ ติดขัดปัญหาอะไรก็ บอกกันตรงๆ ชีวิตจะได้เดินหน้าต่อไป เพราะที่นี่ก็ยังเป็นบ้านหลังที่ 2 ที่อบอุ่น สบายใจ ปลอดภัย คงจะไม่มีที่ไหน เหมาะสมที่สุด ณ เวลานี้อีกแล้ว 

ขอบคุณมาก ครับ

 6 
 เมื่อ: 08 กันยายน 2010, 01:42:26 PM 
เริ่มโดย ruteera - กระทู้ล่าสุด โดย ruteera
ชาติเสียหายหนัก  ไม่ใช่ “Lady Duck ” ทำแทนกันไม่ได้

เรื่องของ Lady Duck ก็ยังคงเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง  หลังจากเรื่องการต่ออายุราชการได้สิ้นสุดลง
5 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา ครบ  6 ปีและอายุ ก็ครบ 65 ปีพอดี ในการดำรงตำแหน่ง อดีตผู้ว่าการ
ตรวจเงินแผ่นดิน มองในแง่โครงสร้างกลไกของกฎหมาย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจ
เงินแผ่นดิน ได้บัญญัติถึงการพ้นตำแหน่งของคตง.และผู้ว่าการสตง.ไว้ 2 กรณีคือ

1.เนื่องจากครบวาระ
2.พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่น โดยกรณีพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่พ้น
จากตำแหน่งต้องอยู่ทำงานต่อไปพลางก่อนจนกระทั่งสรรหาคนใหม่ได้ แต่กรณีการพ้นจากตำแหน่ง
เพราะเหตุอื่น กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ในกรณี Lady Duck  อายุครบ
65 ปี กฎหมายจัดให้อยู่ในกลุ่มการพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่น จึงไม่สามารถอยู่รักษาการตำแหน่งผู้ว่า
การสตง.ได้ จุดนี้ถือเป็นนโยบายสาธารณะ(public policy)

การที่ Lady Duck ไม่ยินยอม แข็งขืน และพร้อมจะเอาหัวชนฝา  สละตำแหน่งสุดยอดของบู้ลิ้ม มีดาบ
อาญาสิทธิ์พร้อมจะชักไปฟาดฟันหรือทิ่มแทงผู้ใดก็ได้ ในเรื่องจับถูก จับผิด บรรดาข้าราชการและนักการ
เมือง  มีอำนาจเหลือล้นทนเหลือหลาย  โดยอ้างความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายประธานวุฒิ
สภา ให้สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ตามประกาศคปค. ฉบับที่ 29 (คปค.เปลี่ยนมาเป็นคมช. ประกาศนี้
ยอมรับเป็นกฎหมายได้งั้นรึ )

ไปดู Lady Duck  แล่นแร่แปรธาตุ สาละวนอยู่กับเก้าอี้ดนตรี แข็งขืน พร้อมได้มอบหมายให้ตัวแทนไปยื่นคำคัดค้านคำขอให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือ
วิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวต่อศาลปกครองกลาง  เรื่องราวจะเป็นอย่างไร มีจุดสิ้นสุด  หรือไม่อย่างไร ก็ต้องดูต่อไป เพราะ
Lady Duck เธอเดินหน้าสู้สุดฤทธิ์ ไม่ยอมกลับบ้านไปดูแลลูกเป็ด หลานเป็ดที่ทยอยออกมาเต็มเล้า

ไปอ่านรายละเอียดตามนี้-

ที่มา http://www.go6tv.com/2010/09/blog-post_5640.html
และ
ที่มา http://board.dserver.org/a/asumai/00000020.html


 7 
 เมื่อ: 08 กันยายน 2010, 10:14:00 AM 
เริ่มโดย ruteera - กระทู้ล่าสุด โดย ruteera
ตื่นจากภวังค์!!!แล้วจ้า…นักศึกษา

นักศึกษาเปรียบเสมือน ทารกบริสุทธิ์ที่กำลังหลับฝันดีมาตลอด ตั้งแต่ช่วง
 6 ตุลาคม 2519และ 19 พฤษภาคม 2535 เกิดการชุลมุนวุ่นวาย มีกองกำลัง
ทหารออกมาเอคเซอร์ไซด์โดยไม่มีผู้ใดร้องขอ  ออกมาปะทะ ปราบปรามประ
ชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก มันเป็นเรื่องของประชาธิปไตยล้วนๆ
แล้วทุกสิ่งก็เงียบหายไปในสายลม ไม่มีกฎหมายข้ออื่นใด ไม่มีวิธีการใดใดที่
จะหยุดยั้ง คนที่ถืออาวุธและใช้อำนาจอย่างฉ้อฉน ไปจัดการกับประชาชนที่
กำลังเพรียกหาประชาธิปไตย

จนกระทั่งเป็นอุปนิสัยถาวร สืบทอดเจตนารมณ์ นำวิธีการเดิมที่ใช้มาจากอดีต
คือนิยมใช้สรรพกำลัง อาวุธและข้อกฎหมายที่ขาดเจตนาที่เป็นธรรม แฝงเล่ห์
กล นำพากฎหมายความมั่นคงมาเป็นส่วนประกอบใช้เพียงด้านเดียว กดค้ำคอ
เบรคไม่ให้ประชาชนลุกฮือทั้งที่อยู่ในขอบเขตตามระบอบประชาธิปไตย  ไม่
เคยเปลี่ยนหน้าค่าตา มีแต่หน้าใหม่ซิงๆ แต่เครื่องแบบสวมใส่แบบเก่าทั้งนั้น
สวมวิญญาณหน่อเนื้อเชื้อไข ที่รุ่นพี่ได้แพลนนิ่งและวางสกู๊บที่พวกเขาเคยปฏิ
บัติกันมา  รุ่นน้องก็เลยขอเอาอย่างบ้าง  ไม่ยอมฉุกคิดยุคสมัยมันก้าวเร็วไปตาม
โลกาวิวัฒน์…จนรุ่นน้องพวกนี้ตามไม่ทันและคิดไม่ถึง

นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย  ได้มองดูสถานะการณ์แล้ว  จากการที่รัฐบาลจะสร้าง
ความปรองดอง โดยที่รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมากับมือ ไม่ได้มาจากส่วน
ใดจากภาคประชาชนที่จะมาร่วมมือการสมานฉันท์และการปรองดอง  อีกฝ่ายหนึ่ง
ตบหัวแล้วลูบหลัง แถมยังไปไล่ล่าอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่รู้จักจบสิ้น  แล้วที่บาดเจ็บล้ม
ตายจากการกระชับพื้นที่  ก็ยังไม่เคยเห็นมีผู้ใดออกมารับผิดชอบ ..จะให้เงียบไปจาก
สายลมและแสงแดด อย่างงั้นเหรอ(เรียนแบบคุณสุรชัย แซ่ด่านซะเลย)

จะให้พวกเขานิ่งเฉยอยู่ใยเล่า  นักศึกษาทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งในสังคมของประเทศนี้  
ย่อมต้องการเห็นประเทศเจริญรุดหน้าไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นไปทางด้านวัตถุ ด้านจิต
ใจ ด้านความเสมอภาคทางสังคมและการบังคับใช้กฎหมายเท่าเทียมเสมอกัน  ไม่มีสอง
มาตราฐาน  พลังบริสุทธิ์ของนักศึกษา เรียกว่าHidden Agenda ไม่มีสิ่งมีพิษเจือปน
และเอียงข้างมาแฝงเล้นครอบงำอยู่ในพลังบริสุทธิ์นี้ ซึ่งมักถูกมองถึงความเป็นกลางมาก
กว่าสานพระภูมิ ที่คนสูงวัยทำตัวเป็นเจว็ดสิงสู่อยู่ในนั้นเสียอีก และเป็นพลังหนึ่ง  ที่กลุ่ม
ผู้มีอำนาจและกลุ่มทุนเก่า คงต้องสยอง เสียวไปถึงปั้นท้าย  ไม่อยากจะเห็นและได้ยิน….

ถ้าพลังบริสุทธิ์นี้ มีความแข็งแกร่ง มีการตื่นตัวทางประชาธิปไตย และมีพลังขับ
เคลื่อนรวมกลุ่มก้อนในแต่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศมากยิ่งขึ้นเมื่อใด   คงได้แสบ
ไปถึงทรวง…หัวใจคงหล่นไปอยู่ถึงตาตุ่มของฝ่ายที่นิยมเผด็จการและฝ่ายที่ต้องการ
ให้ประชาธิปไตยพิกลพิการเป็นง่อย มีบางพวกกำลังร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่มีแนวทาง
กับพวกที่กำลังโปรประกันดาในเรื่องประชาธิปไตยแบบไทยๆ…นั่นแค่เป็นอุตพิต
ทางสำนวนมากกว่า คงยากแล้วมั้ง… มันเลยยุคไดโนเสาร์ เต่าล้านปีมานานนม…..

อยากจะเห็น อยากจะมองด้วยความเสน่หาและภาคภูมิใจในตัวตนของผู้นำนักศึกษา
เหล่านี้  ถึงจะไม่ได้ครึ่งหนึ่งของอดีตผู้นำนักศึกษาในยุค 14 ตุลาคม 2516 ก็ตาม
การแสดงออก ด้วยการออกมาแถลงการณ์ จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับคณะปฏิรูป เพราะเห็นความไม่
ชอบธรรมที่คณะกรรมการเหล่านี้จะมาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพราะตั้งโดยรัฐบาลที่สลายการชุมนุม
ไม่ได้มาจากภาคประชาชน และไม่มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรงของทหาร  แค่นี้ก็ถือเป็นการ
ตื่นตัว กล้ากระโดดออกมารับผิดชอบ ไม่ยี่หระ ไม่เกรงใจรัฐบาลและเหล่าบรรดาคณาจารย์ในมหา
วิทยาลัยสักกะผีก สามารถตบหน้ารัฐบาลได้อย่างชนิดที่พูดไม่ออกโกรธไม่ได้…

ยิ่งมาต่อล้อต่อเถียง หรือสาระเเนเมื่อใด คงต้องหลงมาเข้าทางปืนของพวกเขา…
สิ่งสำคัญตอนนี้พวกเขาไม่ใช่เด็กเมื่อวานซืนและนี่มันคือยุคข่าวสารไร้พรมแดน
มีอินเตอร์เน็ตเป็นแสงสว่างนำทาง สามารถเจาะไชทางด้านข่าวสารไปทั่วโลก
อย่าคิดว่าพวกเขาจะนั่งเฝ้าอยู่หน้าจอทีวี พวกเขาฉลาดเกินกว่าจะรับเอาสารมวลพิษ
ที่มาทางภาพ ทางเสียง คอยยัดเยียดมาให้ชมทุกเมื่อเชื่อวันนั้น และพวกเขาก็ไม่ใช่
เด็กอมมือ ดูดอมยิ้มเหมือนเมื่อก่อนนี้แล้ว …มองดูแล้วน่าจะเหนือกว่าพวกมีอาชีพ
นักการเมืองของพวกแมงสาบเสียอีก….คงจะจริง

ไปดู “นักศึกษา ต้องตื่น!” บทความจากหน้าหนังสือพิมพ์ บางกอกทูเดย์ ฉบับวันที่ 7 กันยายน 2553ได้จาก-

ที่มาhttp://www.bangkok-today.com/node/6927


 8 
 เมื่อ: 08 กันยายน 2010, 05:13:02 AM 
เริ่มโดย ruteera - กระทู้ล่าสุด โดย ruteera
มหกรรม”19 กันยา วันตาสว่างทั้งแผ่นดิน” ที่เชียงใหม่

สรุปอย่างย่อ งานเริ่มตั้งแต่วันสุขดิบวันที่ 18 กันยายนและไปเริ่มวันจริง
วันที่ 19 กันยายน ที่ สนามกีฬาเทศบาล เปิดเวทีปราศรัย มีนักพูดมากมาย
เริ่มเวลา 6 โมงเย็น

ร่วมกันจัดโดย  กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย,กลุ่ม Thailand Mirror,
กลุ่มแดงเชียงใหม่

รายละเอียดมากกว่านี้เข้าไปอ่านได้จาก-

ที่มาhttp://www.internetfreedom.us/showthread.php?tid=6702

 9 
 เมื่อ: 08 กันยายน 2010, 03:17:31 AM 
เริ่มโดย ruteera - กระทู้ล่าสุด โดย ruteera
"ขอให้เข้มแข็งไว้  ขอให้รวมตัวกันไว้ พวกเราชนะแน่นอน"(Red People ,
Be Strong Be United You will win, I believe) นี่คือคำสุดท้ายก่อนที่นาย
Conor David Purcell ชาวออสเตรเลี่ยน จากเมืองเพิร์ธ อยู่ทางทิศตะวันตก
สุดของประเทศออสเตรเลีย ได้ปลอบประโลมใจชาวเสื้อแดงที่ไปส่ง ก่อนที่เขา
จะบินลับฟ้าสู่บ้านเกิดเมืองนอน

อดีตนายConor David Purcell เป็นชาวไอริชโดยกำเนิด เคยเป็ทหารเก่า ใน
หน่วยกำลังสำรองกองทัพออสเตรเลีย

มาเป็นอาจารย์สอนหนังสือภาษาอังกฤษในกัมพูชาและไทยหลังจากถูกจับกุม
วันที่ 23 พ.ค.ถูกปฏิเสธให้ประกันตัวนั้นและได้ถูกคุมขังเป็นนักโทษอยู่ 89 วัน
ศาลไทยตัดสินให้เขามีการกระทำผิดละเมิดพระราชกำหนดห้ามชุมนุมเกินห้าคน  
โดยตอนแรกเขายืนหยัดจะต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด  แต่ญาติมิตรของเขาได้ขอร้อง
ให้สารภาพว่าทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนประกาศฉุกเฉินร่วมชุมนุมและขึ้นเวทีนปช.
ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุก 45 วัน แต่เนื่องจากติดคุกมาแล้ว 89 วันจึงสั่งปล่อยตัว

แม้เขาจะมีประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์หลายอย่างในเมืองไทย แต่Purcell
กล่าวว่า  สิ่งที่ได้เห็นภายใต้ระบบการเมืองของไทยคือ ความอบอุ่น ความกล้า
หาญ และความจริงใจของประชาชนไทย นายเพอร์เซลมีแผนจะไปร่วมกิจกรรม
กับกลุ่มเสื้อแดงในออสเตรเลีย ที่ซิดนีย์ และจะมีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวล
ชนถึงเหตุการณ์ในประเทศไทย เขายังยืนยันกับผู้สื่อข่าวและทุกๆคนว่า ตัวเขา
มีความคิดที่จะช่วยเหลือขบวนการประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงต่อไป แม้จะ
อยู่ต่างประเทศ  แต่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของคนเสื้อแดงไปตลอด  จนกว่าประเทศ
ไทยจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง…..
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มจาก-

ที่มา http://translate.google.com/translatehl=th&sl=th&tl=en&u=http://thaienews.blogspot.com/
       index.html&rurl=translate.google.com&anno=2
 

 10 
 เมื่อ: 08 กันยายน 2010, 02:28:24 AM 
เริ่มโดย La-O - กระทู้ล่าสุด โดย Hero-Youn
เรียนท่าน ผู้ดูแล ที่แสนน่ารัก และใจดีที่ซู๊ดดดดด……….


ขออนุญาติ มาขอทวงถาม ความคืนหน้า   ไม่ว่าทราบว่า  ผลการปรับปรุง เป็นอย่างไรกันบ้าง  สมบูรณ์ หรือ ติดปัญหาอะไรอยู่บ้าง    ครับ  ท่านได้โปรดอนุเคราะห์  ไขความกระจ่างเพิ่มเติม มากกว่านี้ได้ไหมครับ   ถ้าเป็นไปได้ จัด  แถลงการ เป็นข้อๆ  ก็แจ๋ว   ดีกว่าท่าน นิ่งเฉย แบบที่เป็นอยู่     ท่านอย่าปล่อยให้ พี่น้องของท่าน มืดมิด ตาบอด คลำทางไม่เจอ ที่สุด จะให้ทำอย่างไรกันบ้างครับ   ผม มีงานค้างติดพันต่อเนื่องค้างอยู่  หัวเรื่อง   4 ปีซ่อม4ปีสร้าง4ปีแห่งความหวัง และพลังศรัทธา ภาคพิศดาร ชุด รวมพลังเป็นหนึ่ง กำลังต่อ ตอนที่ 3 - 4 อีก เกือบสองร้อย กว่าหน้า จะให้ทำอย่างไร และ ข้อมูลเก่าที่สะสม หายไปไหน ลองเข้าไป ค้นหาที่ google   ปรากฏว่า   ( หัวข้อที่คุณต้องการค้นหาได้หายไป หรือคุณไม่ได้รับอนุญาต…..  พิมพ์คำว่า 4 ปีซ่อม4ปีสร้าง4ปีแห่งความหวัง และพลังศรัทธา ภาคพิศดาร ชุด รวมพลังเป็นหนึ่ง )  หมายความว่าอย่างไร   หรือว่า ข้อมูลนี้ไม่สำคัญกับท่าน จึงปล่อยให้หายไปดื้อๆ หรือ ผิดพลาดทางเทคนิค ระหว่างปรับปรุง  


รวบกวนให้ท่าน ผู้ดูแล  ได้โปรด แจ้งเหตุผล  ความคืบหน้า ได้ไหมครับ สาเหตุไหน เหตุผลอะไรก็ขอเรียนเชิญ จะได้สบายใจ  คิดว่าพี่น้องทุกคนจะได้ คิดอ่านตรงกัน จะเอาอย่างไร ดี หรือ เริ่มโพส ใหม่ไปเรื่อยๆ  โดยไม่ใส่ใจฐานข้อมูลเดิม มุ่งหน้าต่อ  ถ้าหาก ข้อมูลหายอีกเป็นครั้ง2 จะทำกันอย่างไรอีกละ   ท่านผู้ดูแล ไฟน์ นี้ เรียนเชิญให้ท่านต้อง ไขความกระจ่าง และต้องแสดงความรับผิดชอบ เพื่อนสมาชิกในเวปนี้ด้วยน่ะครับ  ถึงเวลา ที่ท่าน จะต้อง ตอบคำถามเหล่านี้บ้างแล้วน่ะครับ เจ้านาย


ขอบพระคุณท่านผู้ดูแล และทีมงานเป็นอย่างสูง ที่ท่านเมตตา กับ สมาชิกคนนี้ ในเวปนี้

Hero-Youn
 

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 2.871 วินาที กับ 20 คำสั่ง (Pretty URLs adds 0.001s, 1q)